บทความแนะนำ l บัตรเครดิตออนไลน์

ข้อดีของการใช้บัตรเครดิต ข้อดีของบัตรเครดิต มีมากมาย

บัตรเครดิต จัดได้ว่าเป็นบัตรที่เข้ามาเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนในยุคนี้อย่างมาก เพราะไม่จำเป็นจะต้องมีการพกเงินทีละมากๆ ไปไหนมาไหนเหมือนแต่ก่อน จะไปซื้อหาสินค้า หรือใช้บริการจากที่ไหนในปัจจุบันพกเพียงแค่บัตรใบเดียวไปก็ได้ ดังนั้นบัตรเครดิตจึงนับว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มสะดวกสบายให้กับชีวิต ข้อดีของการใช้บัตรเครดิต ประโยชน์บัตรเครดิต ยังมีอีกมากมายดังต่อไปนี้

ข้อดีของการใช้บัตรเครดิต ประโยชน์บัตรเครดิต

  1. ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในการใช้งานผ่านบัตรเครดิต ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่มีการให้แก่ผู้ใช้บัตรเครดิตโดยเฉพาะ เช่นการผ่อนสินค้าโดยคิดดอกเบี้ยที่ 0% การได้รับส่วนลดในการซื้อสินค้าบริการต่างๆ การสะสมแต้ม หรือการสะสมคะแนนในการนำเอาไปแลกของรางวัลต่างๆ อีกต่อหนึ่ง และปัจจุบันนี้ที่ฮิตมากที่สุดก็คือการได้รับเงินสดคืนไปเลย หากมีการใช้งานผ่านบัตรเครดิตครับ
  2. ได้สิทธิในการเข้าร่วมโปรโมชั่นต่างๆ ที่มีการกำหนดให้เฉพาะกับบัตรเครดิตเท่านั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนหันมาสนใจใช้บัตรเครดิตมากขึ้น สำหรับสิทธิประโยชน์เหล่านั้นก็ยกตัวอย่างเช่น การผ่อนสินค้าบางชนิดผ่านร้านค้าที่เป็นพาร์ทเนอร์กับธนาคารเจ้าของบัตร ก็จะได้รับส่วนลด หรือของแถมเพิ่มกว่าปกติ เป็นต้น
  3. สามารถลดความยุ่งยากในการชำระค่าใช้จ่ายพื้นฐานอย่างค่าสาธารณูปโภคได้ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟต่างๆ ที่จะต้องมีการจ่ายเป็นรายเดือน โดยการให้ตัดผ่านบัตรเครดิตได้ ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนในการเดินทางไปจ่ายเองตามจุดรับจ่ายต่างๆ ลงได้มากครับ เพราะว่าค่าใช้จ่ายต่างๆ นั้นไม่ได้รวมกันเป็นก้อนเดียว แต่จะมาแยกกัน ครั้งละหลายๆ ใบ ทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ไม่ยาก
  4. สามารถยกเลิกสินค้าหรือบริการที่ซื้อไว้แล้วได้ หากว่าเกิดปัญหาเกี่ยวกับตัวสินค้าหรือบริการนั้นๆ หรือไม่ได้รับการบริการตามที่ตกลงกันไว้แล้วสามารถยกเลิกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ ซึ่งหากเป็นการใช้เงินสด อาจจะไม่สามารถทำได้ เช่น เมื่อซื้อสินค้าของร้านหนึ่งแล้วไม่ได้รับส่วนลด หรือของแถมตามที่มีการโฆษณาไว้ ก็สามารถยกเลิกและคืนของได้ เป็นต้น
  5. บัตรเครดิตมีความปลอดภัยมากกว่าการพกเงินสด เพราะว่าเมื่อบัตรเครดิตหาย เจ้าของบัตรสามารถแจ้งธนาคารเออายัดบัตรนั้นได้ทันที ทำให้ผู้ไม่หวังดีที่เก็บบัตรได้ (หรือขโมย) ไม่สามารถที่จะนำเอาบัตรนั้นไปใช้หาประโยชน์ได้ ต่างจากเงินสดที่เมื่อหายหรือถูกขโมย ผู้ไม่หวังดีก็จะสามารถใช้เงินสดจำนวนนั้นๆ ได้เลยนั่นเอง
  6. สะดวกสบายสำหรับการใช้ที่ต่างประเทศ เช่นการไปทำงานหรือเที่ยว ก็พกแค่บัตรเครดิตเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดจำนวนมาก ซึ่งเมื่อจะใช้ต้องมีการแลกไปเป็นเงินสกุลของประเทศนั้นๆ ก่อน (และจะต้องแลกเป็นเงินบาทอีกครั้งเมื่อกลับ) ทำให้เกิดความยุ่งยาก สู้พกบัตรเครดิตใบเดียวไมได้

การสมัครบัตรเครดิตสําหรับอาชีพอิสระ (Freelance)

การสมัครบัตรเครดิต สำหรับคนทำงานอิสระ (Freelance)

Freelance หรือผู้รับงานอิสระ เป็นอีกอาชีพหนึ่ง ที่ปัจจุบันมีคนนิยมทำกันมาก เพราะว่าเป็นอาชีพที่มีความยืดหยุ่นด้านเวลาสูง สามารถบริหารจัดการเวลาเองได้ไม่ต้องยึดติดกับเวลาขององค์กรหรือหน่วยงาน แบบการทำงานประจำ อาชีพฟรีแลนซ์ยังเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ดีอีกด้วย หากว่าเรามีฝีมือจริงๆ เพราะจะมีงานเข้ามาจนรับกันไม่ไหวเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การทำอาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน ดังนั้นอาชีพนี้จึงสมัครบัตรเครดิตได้ยากมาก หรือไม่ได้เลย เพราะธนาคารจะมองว่าเสี่ยงต่อการผิดนัดชำระหนี้ มากกว่าผู้ทำอาชีพเป็นหลักแหล่ง มีรายได้แน่นอนเป็นเงินเดือน ดังนั้นการสมัครบัตรเครดิตทั่วไปนี่คงไม่ได้แน่นอน แต่ฟรีแลนซ์ สามารถที่จะสมัครบัตรเครดิตประเภทใช้เงินฝากค้ำประกันได้ครับ ซึ่งผู้ที่สนใจก็สามารถเตรียมเอกสาร ในการยื่นสมัครได้เลยดังนี้

เตรียมเอกสารการสมัครบัตรเครดิตสําหรับอาชีพอิสระ

– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เป็นเอกสารหลักที่ต้องใช้ในทุกประเภทของการทำธุรกรรม รวมถึงการทำบัตรเครดิตด้วย อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งไม่มีบัตรดังกล่าว จะใช้เป็นสำเนาหนังสือเดินทางหรือ Passport แทน

– สำเนาทะเบียนบ้าน

– สำเนาทะเบียนพาณิชย์ ใช้ในกรณีที่คุณเป็นเจ้าของกิจการ เจ้าของร้าน หรือมีการตั้งบริษัท,ห้างหุ้นส่วนขึ้นมาเพื่อรับงานจากผู้จ้าง

– เอกสาร Statement ย้อนหลังประมาณ 6 เดือนขึ้นไป สามารถขอได้ที่ธนาคารซึ่งคุณเปิดบัญชีเงินฝากอยู่ (บัญชีที่ใช้ในการรับเงินค่าจ้าง)

– สำเนารายชื่อผู้ถือหุ้นโดยต้องเป็นเอกสาร ที่มีการคัดสำเนาไม่เกิน 1 ปี ใช้ในกรณีที่เป็นกิจการที่เป็นการจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด

– เอกสาร Statement ของกิจการที่มีการจุดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ย้อนหลัง 6 เดือนขึ้นไป ใช้ในกรณีที่มีการทำธุรกิจ หรือรับงานโดยการจัดตั้งเป็นนิติบุคคล

– สำเนาเอกสารรับรองการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล เป็นเอกสารที่มีการคัดสำเนาไม่เกิน 6 เดือน

– สำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน หรือหนังสือขอจัดตั้งคณะบุคคล ในกรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วน

– เอกสาร Statement ของห้างหุ้นส่วน ที่ใช้ในการรับเงิน ย้อนหลังไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

– เอกสารรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ ซึ่งแสดงถึงข้อมูลรายได้ในปีล่าสุด ย้อนหลัง 6 เดือนขึ้นไป

เมื่อเอกสารครบแล้ว ให้ทำการยื่นธนาคาร ที่มีการให้บริการบัตรเครดิตประเภทเอาเงินฝากค้ำประกัน บางธนาคารจะให้เปิดบัญชีเงินฝากของธนาคารนั้นๆ ไปด้วยเลย และการอนุมัตินั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประวัติผู้ยื่นขอ รายได้ เป็นต้น การอนุมัติวงเงินของบัตรเครดิตแบบนี้ มักจะอนุมัติมากกว่าวงเงินประมาณ 95-100% คือ ถ้าคุณมีเงินฝากค้ำประกันที่ 50,000 บาท จะได้รับอนุมัติวงเงินที่ 47,500 – 50,000 บาท

วิธีการใช้บัตรเครดิตให้ได้ประโยชน์สูงสุด

บัตรเครดิต จัดได้ว่าเป็นเครื่องมือในการใช้จ่าย ที่สะดวกสบายอย่างมาก แถมยังมีความปลอดภัยสูงกว่าการพกและใช้เงินสดอีกด้วย และมักจะให้แต่ประโยชน์เท่านั้นหากเรารู้จักใช้อย่างมีสติ และมีการวางแผนที่ดี สำหรับวิธีการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้นมีดังต่อไปนี้ค่ะ

วิธีการใช้บัตรเครดิตให้ได้ประโยชน์สูงสุด

  1. ใช้บัตรเครดิต ในการรับส่วนลด และสิทธิประโยชน์ ตลอดจนโปรโมชั่นต่างๆ ของสินค้า ยุคนี้ร้านค้าต่างๆ นั้นต่างหันมารับชำระด้วยบัตรเครดิตมากขั้น และหันมาเป็นพาร์ทเนอร์ของธนาคารเจ้าของบัตรกันมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่จะตามมาก็คือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ผู้ใช้จะได้รับ เช่น เมื่อจ่ายผ่านบัตรจะได้รับส่วนลดของสินค้าหรือบริการ , การสะสมแต้ม เพื่อนำไปแลกเป็นของแถม หรือส่วนลดอีกทีหนึ่ง ฯลฯ ในขณะที่การชำระผ่านเงินสด อาจจะไม่ได้รับตรงส่วนนี้ก็ได้
  2. จ่ายหนี้ให้ครบและตรงเวลา สำหรับการใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ควรจ่ายที่ขั้นต่ำต่อเดือน แต่ควรจ่ายให้ครบตามจำนวนที่ใช้ไป เนื่องจากจะไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นอกจากนั้นเรื่องของเวลาก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้งอจ่ายตามกำหนดนัดด้วยเช่นกัน หากใช้วิธีการนี้ในการจ่ายหนี้บัตรเครดิตทุกครั้ง ก็จะทำให้ได้รับประโยชน์จากมันเต็มที่ เพราะใช้เท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น ไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนของดอกเบี้ยส่วนที่เกินมา (ในกรณีจ่ายขั้นต่ำ)
  3. ใช้บัตรเครดิต ในการหมุนเวียนของเงิน สำหรับบัตรเครดิตนั้นจะเป็นลักษณะของการใช้จ่ายแบบที่ไม่จำเป็นจะต้องควักเงินออกไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าหรือบริการแบบไหนก็ตาม ในขณะเดียวกันเมื่อเราใช้บัตรเครดิตไปแล้ว เงินจริงๆ ขงอเราก็ยังคงอยู่ ทำให้สามารถเอาเงินนั้นไปหมุนเวียนใช้เรื่องอื่นๆ ได้ เช่นการลงทุนด้านต่างๆ เพื่อทำให้เงินเกิดอาการงอกเงย หรือหากมีเรื่องฉุกเฉินก็สามารถเบิกเงินสดออกมาจากบัตรเครดิตได้(แต่หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรทำ เพราะดอกเบี้ยค่อนข้างแพง)
  4. ใช้บัตรเครดิต โดยการตรวจสอบคะแนนหรือแต้มสะสมในบัตรเป็นประจำ เนื่องจากแต้มคะแนนเหล่านั้น สามารถที่จะนำเอาไปเป็นส่วนลด หรือ แลกขอแถม สินค้าบริการต่างๆ เป็นการลดภาระการจ่ายได้อีกทางหนึ่ง
  5. ใช้บัตรเครดิต ในการชำระค่าสาธารณูปโภค เพราะสะดวกและมักจะมีส่วนลด นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของแต้มสะสม ที่สามารถนำเอาไปแลกเป็นของรางวัลต่างๆ ได้อีกด้วย
  6. ใช้บัตรเครดิต ในการผ่อนสินค้า โดยการเลือกผ่อนกับบัตรที่คิดดอกเบี้ย 0% เท่านั้น ซึ่งจะช่วยลดภาระในการจ่ายดอกเบี้ยให้กับผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ปัจจุบันร้านค้าต่างๆก็มักจะมีโปรโมชั่นนี้กันแทบทั้งนั้นครับ โดยเฉพาะสินค้าราคาแพงต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ ของแบรนด์เนมต่างๆ

ไม่รวยสักที อยากรวยต้องทําอย่างไร ทําอย่างไรให้รวย

อยากรวยต้องทําอย่างไร ทําอย่างไรให้รวย กับดักทางการเงินที่ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่รวยสักที

อยากรวยต้องทําอย่างไร คนรุ่นใหม่นั้นเกิดมาพร้อมกับความสะดวกสบายด้านต่างๆ ไม่เหมือนคนรุ่นเก่าที่ต้องฝ่าฟันและปากกัดตีนถีบจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ทำหใคนรุ่นใหม่ มักติดอยู่ในวังวนแห่งความสะดวกสบายจนเป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้ประสบความสำเร็จได้ กับดักเหล่านั้น มีดังต่อไปนี้

กับดักทางการเงินที่ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่รวยสักที อยากรวยต้องทําอย่างไร ทําอย่างไรให้รวย

มีหนี้แต่ไม่จ่าย คนรุ่นใหม่เป็นคนที่ชื่นชอบและหลงไหลไปกับเทคโนโลยี ชื่นชอบความสะดวกสบาย ความสนุกสนาน จึงมักไม่เอาใจใส่กับเรื่องที่จริงจังนัก เช่น เวลามีหนี้ก็จะไม่ค่อยจ่ายแต่จะเอาเงินไปใช้เรื่องอื่นๆ ก่อน ยกตัวอย่างเช่นหนี้ กยศ. ที่ปัจจุบันมียอดเบี้ยวหนี้แล้วว่า 60% จากผู้กู้ทั้งหมดทั่วประเทศ

มีเงินเท่าไหร่ ก็ใช้หมด ไม่รู้จักเก็บออม อย่างที่บอกไปว่า คนรุ่นใหม่ มักจะมาพร้อมกับความสะดวก สบาย และความฟุ้งเฟ้อ เมื่อมีเงินจึงมักจะใช้แบบตามใจฉัน จนไม่เหลือให้เก็บเลย ส่งผลทำให้ไม่รวยสักที บางคนใช้เงินเดือนไม่ถึงครึ่งเดือนก็หมด จนต้องหมุนเงินจากช่องทางต่างๆ เช่น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด มาใช้ซะแล้ว

เห็นบัตรเครดิตเป็นพระเจ้า และรีบที่จะมีมาไว้ในครอบครองเร็วเกินไป โดยไม่คำนึงถึงรายได้และการจัดการเงินของตน หลายๆ คนรีบทำบัตรเครดิต ตั้งแต่เริ่มทำงานได้ในปีแรกๆ หลังเรียนจบ และรีบใช้จ่ายแบบเกินตัว ซื้อของแบบฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย ในที่สุดก็จะมาพร้อมกับภาระหนี้ ที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ ดังนั้นสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะทำงานได้ไม่นานก็อย่าเพิ่งมีบัตรเครดิตแลย รอให้ถึงจุดที่สามารถจัดการรายได้และรายจ่ายของตนเองอย่างสมดุลก่อนค่อยมีก็ยังไม่สายครับ

คิดแต่จะออมเงินอย่างเดียวเท่านั้น ความคิดเรื่องการออมเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเงินที่ออมไว้เฉยๆ มันไม่สามารถออกดอกได้ จึงจำเป็นจะต้องมีการเอาเงินดังกล่าวไปทำให้มันงอกเงย ผ่านการลงทุนอย่างชาญฉลาด อย่างไรก้๖มควรเหลือเงินทุนสำรองแบบฉุกเฉินเอาไว้ด้วย เผื่อมีเรื่องที่จะต้องใช้ด่วน ไม่ควรเอาเงินไปลงทุนซะหมดครับ

ไม่รู้จักทำงบการเงิน งบการเงินนั้นเป็นแผนและแนวทางการใช้จ่ายในอนาคต ซึ่งอาจจหมายถึงกรอบด้านการเงินที่เราจะต้องทำตามกรอบนั้นในแต่ละเดือน งบการเงินนั้นต่างจากกรทำบัญชีรายรับรายจ่ายตรงที่ งบการเงินเป็นแผนการทางการเงินในอนาคตช่วงสั้นๆ แต่สำหรับบัญชีรายรับ รายจ่ายเป็นการจดรายการรับ-จ่ายเงิน ที่ผ่านมาแล้ว

ไม่รีบทำงานเก็บเงิน เพราะคิดว่ายังไม่แก่ อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกับดัก ที่เด็กรุ่นใหม่มักจะคิดกัน ซึ่งบอกเลยว่าผิด เพราะการออมเงินหรือเก็บเงิน ไว้ใช้ในยามแก่เฒ่า หรือหลังเกษียณนั้น ควรเริ่มเก็บแต่เนิ่นๆ เพราะการเก็บเงินแต่เนิ่นๆ นอกจากจะทำให้มีเงินออมที่มากกว่าผู้เริ่มออมช้าแล้ว ยังจะเป็นการฝึกวินัยทางการเงินอีกด้วยครับ

การเลือกบัตรเครดิตช็อปปิ้ง

บัตรเครดิตช็อปปิ้ง จัดเป็นบัตรเครดิต ที่ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ใช้อย่างมากในด้านการช็อปปิ้ง หรือการซื้อของ ไม่ว่าจะเป็นพวกสิทธิประโยชน์ด้านเงินคืน (Cash Back) สิทธิพิเศษในเรื่องของส่วนลด เป็นต้น อย่างไรก็ตามบัตรเครดิตช็อปปิ้งนั้น มักจะมีหลายประเภท หลายยี่ห้อ สำหรับใครที่ไม่รู้จะเลือกใช้แบบไหนให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด วันนี้เรามีวีการเลือกบัตรเครดิตช็อปปิ้งมาแนะนำกันค่ะ

การเลือกบัตรเครดิตช็อปปิ้ง

– คุณต้องถามตัวเองก่อนว่า ชื่อนชอบการทำกิจกรรมแบบไหนเป็นพิเศษ เช่น ถ้าชื่นชอบการช็อปปิ้ง จะต้องถามตัวเองต่อว่า คุณใช้บริการกับห้างสรรพสินค้า หรือ Supermarket แห่งไหนเป็นประจำ ซึ่งการเลือกบัตรที่ใช้กับแหล่งช็อปปิ้ง ที่คุณใช้เป็นประจำ จะทำให้คุรได้รับสิทธิประโยชน์ตามโปรโมชั่นได้มากกว่า เพราะยุคนี้แหล่งช็อปปิ้งต่างๆ มักจะมีการร่วมกับสถาบันการเงิน ในการออกบัตรเครดิตออกมาเพื่อเน้นการช็อปปิ้งในแหล่งนั้นๆ หรือห้างฯ นั้นๆ โดยเฉพาะ เช่น บัตรเซ็นทรัล บัตรเทสโก้โลตัส บัตรคิงพาวเวอร์ เป็นต้น

– ต่อมาให้ถามตัวเองดูก่อนว่าคุณต้องการสิทธิพิเศษแบบไหนมากที่สุด เพราะสำหรับบัตรเครดิตที่เราใช้ประจำนั้น การเลือกบัตรเครดิตช็อปปิ้งมักจะมีสิทธิพิเศษต่างๆ ที่หลากหลาย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นที่สิทธิ์หลักๆ ของบัตรมากที่สุด เช่น บัตรเครดิตที่เน้นส่วนลดจะให้ความคุ้มค่ากับส่วนลดมากกว่าแต้มสะสมที่จะได้ เป็นต้น ดังนั้นให้คุณคิดไว้ก่อนที่จะตัดสินใจสมัครบัตรเครดิตเลยว่า อยากจะได้บัตรที่มีสิทธิพิเศาแบบไหน จากนั้นเลือกเอาแบบนั้น ส่วนสิทธิอื่นๆ ที่พ่วงมากับบัตร ให้ถือว่าเป็นผลพลอยได้

– หากเป็นได้ ควรเลือกบัตรเครดิต ที่ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า และค่าธรรมเนียมรายปี อย่างไรก็ตามบัตรเครดิตช็อปปิ้งส่วนใหญ่ หรือบัตรที่เน้นสิทธิประโยชน์ ในด้านการช็อปปิ้ง มักจะมีค่าธรรมเนีมอยู่แล้ว ดังนั้นให้เลือกเอาบัตรที่มีค่าธรรมเนียมไม่แพงมาก แน่นอนว่าควรพิจารณาร่วมกับไลฟ์สไตล์ ในการช้อปปิ้งของคุณด้วย

– เลือกบัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด รวมถึงมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเยอะที่สุด เพราะว่าจะช่วยทำให้คุณหมุนเงินได้คล่องกว่าบัตรที่มีดอกเบี้ยสูง ๆและมีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยน้อย เช่น บัตร A มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน แต่บัตร B มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 55 วัน ต่างกันถึง 10 วันเลยทีเดียวนะ

– ไม่ควรเลือกบัตรเครดิต ที่มีการให้วงเงินสูงเกินไป เพราะอาจจะเสี่ยง ในการทำให้คุณเป็นหนี้ได้ เพราะยิ่งมีวงเงินเยอะ ก็ยิ่งช็อปเพลินจนลืมนึกถึงตอนคืนนั่นเอง

– ควรเลือกบัตรเครดิต ที่มีบริการ SMS Alert สำหรับการแจ้งเตือนใช้บัตรเครดิต จะทำให้คุณสามารถรู้ความเคลื่อนไหวของการใช้บัตรได้ สามารถป้องกันการใช้งานบัตรโดยผู้ไม่หวังดีได้นั่นเอง

สมัครบัตรเครดิตออนไลน์

สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ ใช้จ่ายสะดวก โปรโมชั่นมากมาย เช็ควงเงินง่าย สมัครเลย

สมัครออนไลน์