บัตรเครดิต l บัตรเครดิตออนไลน์

ข้อดีของการมีบัตรเครดิต (สำหรับอาชีพอิสระ)

บัตรเครดิตอาชีพอิสระ อาชีพอิสระนั้นเป็นอาชีพที่หลายๆ คนให้ความสนใจกันอย่างมากในปัจุบัน เพราะเป็นอาชีพที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ทั้งในเรื่องของเวลาการทำงาน ที่ยืดหยุ่นสูง และรายได้ที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่าการทำงานประจำ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ทำอาชีพอิสระ ต้องบอกเลยว่าคุณมักจะเสียเปรียบคนทำงานประจำอยู่เยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะการสมัครใช้บริการของธนาคารและสถาบันการเงิน อย่างการขอสินเชื่อ การขอใช้บริการบัตรเครดิต เป็นต้น ทั้งนี้เพราะว่าธนาคาร หรือสถาบันการเงินต่างๆ มักจะพิจารณาเรื่องของรายได้อย่างเข้มงวดมาก อาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน อาจจะไม่ค่อยได้รับการอนุมัติให้ผ่านเหมือนกับอาชีพที่มีรายได้ประจำ

แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณทำอาชีพอิสระ และสามารถสมัครบัตรเครดิตได้ บอกเลยว่ามีข้อดีมากมายทีเดียว ดังนี้

ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ถือบัตร เพราะบัตรเครดิต จัดเป็นเงินกู้ระยะสั้นประเภทหนึ่ง ที่ผู้ถือบัตรสามารถใช้ซื้อสินค้าหรือบริการได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดจริงๆ หมายความว่าคุณจะมีอำนาจซื้อเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตามการมีอำนาจทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อาจะก่อผลเสียได้หากคุณไม่ได้มีการวางแผนการใช้บัตรเครดิตที่ดีพอ

ช่วยทำให้เกิดความสะดวกสบาย สำหรับอาชีพอิสระนั้นเป็นอาชีพที่มักจะทำงานกันที่บ้าน หรือ Home Office ไม่ค่อยได้เดินทางไปไหน (ยกเว้นงานที่ต้องติดต่อลูกค้า และงานที่ต้องเดินทางอยู่ตลอด อย่างพวกเซลล์แมน) การซื้อของแต่ละครั้งของคนอาชีพนี้ จึงมักเป็นการซื้อแบบออนไลน์ (แต่ถ้าเป็นของกินของใช้ จะเข้าห้างสรรพสินค้า) การมีบัตรเครดิตไว้ใช้งาน จึงจะเข้ามาช่วยทำให้สะดวกมากขึ้น ตรงจุดนี้

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อดีของบัตรเครดิต สำหรับผู้ทำอาชีพอิสระ แต่อย่างไรก็ตามการใช้บัตรเครดิตนั้นควรมีวินัยสูง ทั้งการใช้และการจ่ายคืน ซึ่งจะช่วยทำให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้โดยไม่จำเป็นได้ครับ

ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต คืออะไร มีอะไรบ้าง

สำหรับผู้ที่ใช้บัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตแบบไหน ประเภทใดก็คงจะหนีไม่พ้นกับการต้องรับภาระเรื่องค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะบัตรเครดิตของลูกค้ากลุ่มล่าง ที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ มากกว่าบัตรเครดิตลูกค้ากลุ่มกลาง – บน ทั้งนี้เพราะว่าจะได้นำเอาค่าธรรมเนียมเหล่านั้นไปเฉลี่ยจ่ายกับการบริการต่างๆ นั่นเอง

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจก่อนว่า “ค่าธรรมเนียม” คืออะไร สำหรับค่าธรรมเนียมนั้นเป็นค่าใช้จ่าย ที่ทางธนาคารเรียกเก็บ ในกรณีใดกรณีหนึ่ง เช่น การทำบัตรเครดิต การใช้งานบัตรเครดิต เป็นต้น เพื่อนำเอารายจ่ายส่วนนั้นไปแลกกับการบริการที่ลูกค้าจะได้รับนั่นเอง ซึ่งค่าธรรมเนียมเหล่านี้มันก็แล้วแต่ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะเรียกเก็บเท่าใด เพราะมันไม่เท่ากันในแต่ละธนาคารครับ

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี ธนาคารอาจจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมเลยหากลูกค้าทำตาเมเงื่อนไขบางอย่าง ของทางธนาคาร หรือสมัครใช้บริการบางประเภท อาทิ พวกบัตรเครดิตแบบพรีเมียม โกลด์ แพลตินั่มอะไรต่างๆ มักจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมอยู่แล้ว นอกจากนั้นบางครั้งธนาคารก็มักจะทำการตลาด ด้วยการยกเลิกค่าธรรมเนียมในการใช้บัตรเครดิตอยู่เนืองๆ ครับ

ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ที่นิยมเก็บกัน จะมีดังต่อไปนี้

– ค่าธรรมเนียมแรกเข้า เป็นค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บเมื่อคุณได้รับการอนุมัติให้ใช้งานบัตรเครดิตในครั้งแรก

– ค่าธรรมเนียมรายปี เป็นค่าใช้จ่ายที่จะมีการเรียกเก็บ เพื่อบำรุงบัตรเป็นรายปี

– ค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดออกมาจากบัตรเครดิต

– ค่าธรรมเนียมอื่นๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนหนี้ ค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดที่ต่างประเทศ เป็นต้น

ขั้นตอนการ สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ ง่ายๆดังนี้

การสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ นั้น ในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นช่องทางที่มีความสะดวกสบายอย่างมาก เนื่องจากยุคนี้ ทุกคนต่างก็สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตกันได้ง่ายๆ และธนาคารยุคใหม่ต่างก็พยายามมุ่งเน้นให้ลูกค้าหันมาสมัครบัตรเครดิตออนไลน์กันมากขึ้น เพราะจะได้ลดภาระของพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ลง การสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่ง คือมักจะได้รับสิทธิประโยชน์ ของแถม ของพรีเมียมแรกเข้ามากกว่าการสมัครผ่านช่องทางอื่นๆ สำหรับขั้นตอนการสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ มีดังต่อไปนี้

  1. สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ อันดับแรกนั้นทำการเปรียบเทียบบัตรเครดิตที่คุณสนใจ จากหลายๆ ธนาคารก่อน
  2. เมื่อเลือกบัตรเครดิตที่สนใจได้แล้ว ให้เข้าไปยังเว็บไซต์ของธนาคารผู้ให้บริการบัตรเครดิตนั้นๆ เข้าสู่เมนูสมัครบัตรเครดิตออนไลน์ ซึ่งหน้าดังกล่าวจะมีคำแนะนำก่อนการสมัคร ให้ผู้สมัครอ่านเงื่อนไข ข้อตกลง และคำแนะนำให้เข้าใจ จึงกดเข้าสู่หน้าจอการกรอกข้อมูลในขั้นต่อไป
  3. กรอกข้อมูลที่สำคัญของคุณ ในหน้าจอสำหรับกรอกข้อมูล โดยแนะนำให้กรอกข้อมูลเหล่านั้น ตามความเป็นจริง และเป็นข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุด อาทิ ชื่อและนามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อาชีพ ฯลฯ จากนั้นเมื่อกรอกข้อมูลแล้ว ควรทำการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ว่ามีจุดผิดพลาดตรงไหนหรือไม่ (เช่น พิมพ์ผิด) จากนั้นกดส่งข้อมูลเพื่อบันทึกลงในฐานข้อมูลของเว็บไซต์
  4. เมื่อธนาคารได้รับข้อมูลแล้ว จะมีการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาโดยเร็ว (โดยมากประมาณ 24 ชั่วโมงของวันทำการ ก็จะมีการติดต่อกลับมาแล้ว) ซึ่งการติดต่อมานี้จะเป็นการขอรายละเอียดเพิ่มเติมของผู้สมัคร เช่น สอบถามเรื่องของรายได้ อาชีพ เป็นต้น นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการนัดหมายในเรื่องของเอกสาร ที่จะต้องเตรียมและส่งให้กับทางธนาคาร เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติ
  5. ขั้นตอนที่ 5 นี้ เจ้าหน้าที่จะทำการนัดหมายสำหรับการรับเอกสาร ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้สมัครจะต้องไปส่งเอกสารเองที่สาขาของธนาคารผู้ออกบัตรที่ใกล้เคียง หรือจะส่งในรูปแบบของไปรษณีย์ก็ได้ แล้วแต่จะนัดหมายกันกับเจ้าหน้าที่ บางธนาคารอาจจะมีการบริการลูกค้าโดยส่งให้ Messenger มารับเอกสารของผู้สมัครถึงบ้านเลยก็มี แต่โดยทั่วไปแล้วผู้สมัครจะต้องทำการส่งเอกสารเอง

สมัครบัตรเครดิตให้ผ่าน ทำไมเครดิตบูโรจึงมีผลต่อการสมัครบัตรเครดิต

สมัครบัตรเครดิตให้ผ่าน ในการสมัครใช้บัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นบัตรแบบไหน ประเภทใด หรือยี่ห้ออะไร ก็มักจะมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุมัติ เหมือนๆ กัน อาทิ การพิจารณาจากรายได้ที่ไม่ควรต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน หรือ 180,000 บาทต่อปี , การพิจารณาจากอาชีพหรือหน้าที่การงานว่า มีความมั่นคงน่าเชื่อถือมากแค่ไหน และที่สำคัญที่สุดคือ การพิจารณาจากประวัติทางการเงิน ว่าขาวสะอาดหรือไม่ หากประวัติการเงินของคุณไม่ดี (เช่น เป็นหนี้ เบี้ยวชำระหนี้ ฯลฯ) ก็อาจจะทำให้โอกาสในการ สมัครบัตรเครดิตไม่ผ่าน พิจารณาอนุมัติบัตรเครดิตนั้นมีน้อย หรือไม่มีโอกาสเลย

ทั้งนี้ประวัติทางการเงินของทุกคนมักจะมีการบันทึกเอาไว้ในหน่วยงานหรือองค์กรที่มีการจัดตั้งขึ้น โดยสมาชิกขององค์กรเหล่านี้ ก็คือธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ให้บริการบัตรเครดิต และการให้สินเชื่อนั่นเอง (มักเรียกองค์กรประเภทนี้ว่า เครดิตบูโร) และประวัติทางการเงินของคุณไม่ว่าจะเป็นประวัติดี หรือประวัติเสีย จะถูกบันทึกไว้ในองค์กรที่ว่านี้ ซึ่งสามารถถูกเรียกดูได้จากเครือข่ายอันเป็นธนาคารและสถาบันการเงิน ดังนั้นมันจึงมีผลโดยตรงกับการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ หรือการขอใช้บริการบัตรเครดิต ตลอดจนบริการด้านการเงินอื่นๆ

กล่าวคือ เมื่อมีการขอใช้บริการด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อ หรือการขอใช้บัตรเครดิต เข้ามายังธนาคารที่เป็นสมาชิกของเครดิตบูโร เจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปตรวจสอบประวัติการเงินของผู้สมัครใช้บริการนั้นๆ ในเครดิตบูโร หากประวัติการเงินดี ก็จะมีโอกาสในการอนุมัติสูง แต่ถ้าหากมีประวัติไม่ดี เช่น มีหนี้ค้างจ่าย หรือมีประวัติหนีหนี้ บอกได้เลยว่าธนาคารจะไม่พิจารณาอนุมัติการใช้บริการให้เลย โดยเฉพาะบริการสินเชื่อ หรือบัตรเครดิต

ดังนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการใช้บริการบัตรเครดิต คุณควรเคลียร์ประวัติทางการเงินของคุณในเครดิตบูโรเป็นอันดับแรก ก่อน ซึ่งก็คือการจ่ายหนี้ที่ค้างชำระอยู่ให้หมดนั่นเอง และเมื่อจัดการกับประวัติเสียๆ ด้านการเงินของคุณหมดแล้ว จะต้องรอประมาณ 36 รอบบัญชี (3ปี) ประวัติการเงินในเครดิตบูโรของคุณก็จะกลับมาขาวสะอาดอีกครั้ง (แต่ที่จริงไม่ต้องรอนานขนาดนั้น เมื่อเคลียร์หนี้ทั้งหมดแล้ว สามารถแจ้งไปยังเครดิตบูโรเพื่อขออัพเดทข้อมูลได้เลย)

กล่าวโดยสรุป ประวัติการเงินในเครดิตบูโรนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ในการขอใช้บริการด้านการเงินต่างๆ (ไม่ว่าจะเป็น การขอสินเชื่อ การขอใช้บริการบัตรเครดิต ฯลฯ) จากสถาบันการเงินและธนาคาร จึงเป็นเรื่องที่คุณไม่ควรมองข้าม และควรทำให้ประวัติการเงินของตนเองขาวสะอาดอยู่เสมอ โดยการหลีกเลี่ยงการมีหนี้ค้างชำระ หรือการเบี้ยวจ่ายหนี้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้แบบใดก็ตาม ทั้งนี้อย่าลืมว่าธนาคารและสถาบันการเงินสามารถเข้าถึงประวัติการเงินของคุณในเครดิตบูโรได้เสมอครับ

 

 

สมัครบัตรเครดิตผ่านง่าย วิธีเตรียมเอกสารให้อนุมัติง่าย

สมัครบัตรเครดิตผ่านง่าย ในการสมัครบัตรเครดิตนั้น จะต้องมีขั้นตอนมากมาย ทั้งขั้นตอนการยื่นใบสมัครพร้อมเอกสาร การพิจารณา ฯลฯ โดยทั่วไปแล้วอาจจะกินเวลาพอสมควรเลยทีเดียว กว่าจะมีการอนุมัติให้ผ่านและใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถที่จะเพิ่มโอกาสในการอนุมัติบัตรเครดิตที่คุณทำการยื่นสมัครไป สมัครบัตรเครดิตผ่านง่าย เพียงแค่เตรียมเอกสารให้พร้อมเท่านั้นเอง โดยการใช้วิธีดังต่อไปนี้

สมัครบัตรเครดิตผ่านง่าย วิธีเตรียมเอกสารให้อนุมัติง่าย

สมัครบัตรเครดิตผ่านง่าย เอกสารทุกประเภทนั้น จะต้องทำสำเนาและเซ็นชื่อกำกับด้วยลายเซ็นแบบเดียวกัน เพื่อเป็นการรับรองว่าเอกสารนั้น มีความถูกต้อง และตรงกับความเป็นจริงทุกประการ สำหรับการเซ็นชื่อบนสำเนาเอกสารให้ปลอดภัยนั้น จะมีหลักดังนี้

– ควรทำการเขียนกำกับระบุไปในเอกสารด้วย ว่า “ใช้สำหรับการสมัครบัตรเครดิต….ของธนาคาร…..เท่านั้น” เพื่อป้องกันการนำเอาเอกสารของคุณไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

– เขียนวันที่กำกับเอกสารเอาไว้อย่างชัดเจน เพื่อใช้ในการอ้างอิงเอกสาร ว่าเป็นเอกสารที่มีการสำเนาล่าสุด

– หลีกเลี่ยงการใช้ดินสอในการเขียนกำกับลงบนเอกสาร ควรใช้ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงินเท่านั้น ไม่ควรใช้สีดำ เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่แยกระหว่างข้อมูลในเอกสาร กับส่วนที่เขียนกำกับลงไปได้ยากขึ้น

– การเซ็นชื่อให้เซ็นทับลงบนส่วนที่เป็นข้อมูลสำคัญ (แต่ไม่ควรทับจนมองไม่เห็นรายละเอียดของเอกสาร) เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีนำเอาเอกสารของคุณไปใช้

– เซ็นลายเซ็นให้เหมือนกันครบทุกแผ่น

สมัครบัตรเครดิตของแถม คุ้มค่าจริงหรือไม่

สมัครบัตรเครดิตของแถม บัตรเครดิต เป็นบริการการชำระค่าสินค้าหรือบริการแทนเงินสดที่ต้องบอกว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาช่วยทำให้การใช้จ่ายของคุณ มีความสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากนั้นผู้ใช้บัตรเครดิต ยังมักได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ อาทิ ส่วนลด Cash Back แต้มสะสม และอื่นๆ อีกมากมาย ตามโปรโมชั่นของบัตรแต่ละประเภท ซึ่งสิทธิพิเศษเหล่านี้นอกจากจะเป็นการจูงใจให้คนหันมาใช้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการใช้บัตรเครดิต ทำให้เกิดการไหลเวียนของเงิน และรายได้เข้าสู่เครือข่าย ร้านค้า ธนาคาร

ด้วยผลประโยชน์ดังกล่าวนี้เอง ทำให้ธนาคารแต่ละแห่ง พากันแข่งขันจัดโปรโมชั่น ในการดึงดูดใจลูกค้าใหม่ๆ หนึ่งในกลยุทธ์ทางการตลาดยอดฮิต คือสมัครบัตรเครดิตแจกของแถม ของพรีเมียมต่างๆ เมื่อสมัครและเปิดใช้งานบัตรเครดิต ของแถมพวกนี้ก็มีตั้งแต่ บัตรโดยสารเครื่องบิน เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไอที และของจุกจิกจำพวกร่มพรีเมียม ปากกา กระติกน้ำ ฯลฯ

สมัครบัตรเครดิตของแถม คุ้มค่าจริงหรือไม่

สมัครบัตรเครดิตของแถม ตรงนี้ถามว่าคุ้มหรือไม่ คงไม่สามารถตอบได้ เพราะความคุ้มของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ต้องบอกว่าการแจกของแถมนั้น มักจะมีเงื่อนไข กล่าวคือ เมื่อสมัครใช้บัตรเครดิตแล้วจะต้องเปิดใช้จึงจะสามารถได้รับของแถมดังกล่าว ดังนั้นสำหรับหลายๆ คนที่สมัครบัตรเครดิต เพื่อที่จะเอาของแถมโดยไม่คิดจะใช้บัตรเลย ขอบอกว่าเป็นไปได้ยากครับ

อย่างไรก็ตามโปรโมชั่นสมัครบัตรเครดิตของแถมนั้น ก็ถือได้ว่าเป็นประโยชน์ สำหรับผู้ที่มีการวางแผนใช้บัตรเครดิตอย่างฉลาด โดยเฉพาะผู้ที่มักจะใช้บัตรเครดิต ในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคอยู่เสมอ ซึ่งคุณจะได้สะสมแต้มเรื่อยๆ สำหรับการนำเอาไปใช้แลกของแถม ของรางวัล ในขณะเดียวกันก็จะได้ใช้ประโยชน์จากของรางวัลนั้นด้วย ถ้าเป็นการใช้ในลักษณะนี้ ถือว่าเป็นการใช้บัตรเครดิตที่ให้ของแถมได้คุ้มค่าเลยทีเดียว

โปรโมชั่นบัตรเครดิต ฟรีค่าธรรมเนียมรายปีและของแถม

โปรโมชั่นบัตรเครดิต ปัจจุบันนี้บัตรเครดิตแต่ละเจ้า ต่างก็ออกกลยุทธ์มาแข่งกันอย่างดุเดือดเลยทีเดียว ดังจะเห็นว่าบัตรเครดิตยุคใหม่ๆ นั้น มีโปรโมชั่นบัตรเครดิตติดมามากมายสารพัด บัตรใบหนึ่งอาจจะเป็นบัตรที่ได้ทั้งส่วนลด เงินคืน บัตรสะสมแต้ม หรือบัตรผ่อนสินค้าดอกเบี้ย 0% เป็นต้น แต่กลยุทธ์โปรโมชั่นบัตรเครดิตเหล่านี้ จะคุ้มค่าจริงหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ผู้ใช้บัตรเครดิต ต้องคิดให้ดี ว่าคุ้มค่ากับคุณจริงหรือเปล่า หรือเป็นอย่างที่คุณเข้าใจจริงๆ หรือไม่

โปรโมชั่นบัตรเครดิต กลยุทธ์ทางการตลาดของบัตรเครดิต

โปรโมชั่นบัตรเครดิต ฟรีค่าธรรมเนียมรายปี หรือแรกเข้า เป็นโปรโมชั่นบัตรเครดิตที่เห็นกันบ่อยๆ สำหรับดึงดูดใจลูกค้าใหม่ ให้มาสมัครบัตรเครดิตใบนั้นๆ สำหรับโปรโมชั่นนี้ มักจะเป็นการบอกว่า “ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือรายปี” แต่เอาเข้าจริงแล้ว บัตรที่ฟรีค่าธรรมเนียมจริงๆ มีน้อย เพราะส่วนใหญ่จะมีเงื่อนไขแฝงว่า จะให้ฟรีก็ต่อเมื่อใช้บัตรเครดิตเท่านั้นเท่านี้ยอด หากเป็นค่าธรรมเนียมแรกเข้า ก็จะฟรีเฉพาะบัตรหลัก บัตรเสริมก็คิดเงินอยู่ดี ดังนั้นควรอ่านเงื่อนไขของโปรโมชั่นให้ละเอียดครับ

โปรโมชั่นบัตรเครดิต ของแถม เมื่อสมัครบัตรเครดิต สำหรับโปรโมชั่นนี้หลายๆ คนอาจจะเข้าใจว่าเมื่อสมัครบัตรเครดิตแล้วจะแถมให้เลยโดยไม่มีเงื่อนไข ความเข้าใจนี้ผิดนะครับ เพราะเงื่อนไขของการได้ของแถม (ที่ผู้ใช้บัตรจะต้องทำความเข้าใจ) นั่นคือการต้องเปิดใช้บัตรด้วย (ส่วนจะกำหนดวงเงินหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตร) ดังนั้นสำหรับท่านที่สมัครบัตรเอาของแถม โดยตั้งใจจะไม่ใช้บัตรเลย อันนี้บอกเลยว่าไม่ได้นะ

บัตรเครดิตผ่อนสินค้า บัตรผ่อนสินค้าคืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร

บัตรเครดิตผ่อนสินค้า อย่างที่รู้กันว่า บัตรเครดิตนั้นเป็นบริการที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถสมัครใช้บริการได้ เพราะมีการตั้งเงื่อนไข และเกณฑ์การสมัครใช้งานไว้ระดับหนึ่ง จนทำให้คนกลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์ หรือมีคุณสมบัติไม่ครบ ไม่สามารถใช้บริการบัตรเครดิตได้ จึงได้มีบริการบัตรอีเล็กทรอนิกส์ สำหรับการใช้งานในรูปแบบที่คล้ายกับบัตรเครดิต ในการซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ หนึ่งในนั้นก็คือ “บัตรผ่อนสินค้า” นี่เองครับ

โดยบัตรผ่อนสินค้านั้น มีหลักการของมันอยู่ง่ายๆ คือการช่วยซื้อสินค้าหรือบริการโดยการออกเงินให้ก่อน (จากคู่ค้าหรือพันธมิตร ที่มีการตกลงร่วมมือกันไว้ก่อนแล้ว) จากนั้นผู้ถือบัตร จึงจะทำการใช้คืนเงินจำนวนที่ใช้ซื้อสินค้าหรือบริการนั้นภายหลัง อาจะเป็นการจ่ายครั้งเดียว หรือจ่ายทีละงวดไปก็ได้ ซึ่งบัตรจะมีการคิดดอกเบี้ยร่วมด้วย คล้ายๆ กับการใช้บัตรเครดิตเหมือนกันตรงที่ต้องจ่ายคืนภายหลัง แต่สำหรับบัตรผ่อนสินค้านั้น จะไม่สามารถกดเงินสดออกมาได้ เพียงแค่สามารถใช้ซื้อสินค้าได้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม บัตรผ่อนสินค้า มักจะมีข้อเสีย อยู่ตรงที่ว่า การใช้บริการจะไม่เหมือนกับบัตรเครดิตเสียทีเดียว กล่าวคือผู้ใช้จะไม่สามารถกดเงินสดออกมาจากบัตรได้ นอกจากนั้นก็อาจจะได้รับสิทธิพิเศษในการผ่อนสินค้าไม่เท่ากับบัตรเครดิตด้วย ข้อเสียที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของบัตรผ่อนสินค้า คือมักจะมีดอกเบี้ยสูงกว่าบัตรเครดิตนั่นเอง จึงทำให้ถ้าเทียบกันแล้วสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์สมัครบัตรเครดิต จึงมักเลือกใช้งานบัตรเครดิตมากกว่าบัตรผ่อนสินค้า แต่อย่างไรก็ตามบัตรผ่อนสินค้ายังได้รับความนิยมสูง จากกลุ่มผู้ใช้ที่มีรายได้น้อยอยู่ดี

สรุปแล้ว บัตรผ่อนสินค้า เป็นบริการบัตรอีเล็กทรอนิกส์ประเภทหนึ่ง ที่ต้องบอกว่าเหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานใหม่ๆ หรือผู้มีคุณสมบัติไม่พอสำหรับการสมัครบัตรเครดิต แต่อย่างไรก็ตาม การใช้บัตรประเภทนี้จะต้องมีการวางแผนการใช้งาน เท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่จะมาพร้อมกับการใช้จ่ายที่เกินควรด้วยครับ

บัตรเครดิตธนาคารไหนดี เลือกจากระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย

บัตรเครดิตธนาคารไหนดี หนึ่งในคำถามยอดฮิต จากผู้ที่คิดจะสมัครบัตรเครดิต ก็คงจะหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า “จะสมัครบัตรเครดิตของธนาคารไหนดี” ซึ่งขอบเขตของคำตอบกว้างมาก เนื่องจากมีเกณฑ์ต่างๆ มากมายในการจัดอันดับ สำหรับบทความนี้จะมีการจัดเรียงอันดับบัตรเครดิตน่าใช้ โดยเรียงจากระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยครับ

บัตรเครดิตธนาคารไหนดี เลือกจากระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย

บัตรเครดิตธนาคารไหนดี อันดับ 3 ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน สำหรับธนาคารที่ให้บริการบัตรเครดิต และให้ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยนาย 45 วันนั้น ได้แก่ธนาคารกรุงไทย (KTC) , ธนาคารกสิกรไทย (Kbank) , ธนาคารกรุงเทพ (Bangkok Bank), และธนาคาร Citibank ครับ ซึ่งระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 45 วัน ถือได้ว่าเป็นระยะเวลามาตรฐาน ไม่มากไม่น้อยเกินไป นอกจากนั้นกลุ่มนี้ ยังเป็นกลุ่ม ที่มีบัตรเครดิตให้บริการค่อนข้างมากมายหลายประเภทอีกด้วย

บัตรเครดิตธนาคารไหนดี อันดับ 2 ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 50 วัน ธนาคาร และสถาบันการเงินที่ให้บริการบัตรเครดิต และให้ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยขยายมาจากระยะเวลามาตรฐาน 45 วันเป็น 50 วันได้แก่ เทสโก้โลตัส , เซ็นทรัล การ์ด , ธนาคารกรุงศรี (KrungSri) , ธนาคารทหารไทย (TMB) ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว บัตรเครดิตในกลุ่มนี้มักจะเป็นบัตรที่เน้นการใช้งานทั่วไปมากที่สุด

บัตรเครดิตธนาคารไหนดี อันดับ 1 ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 51 วัน สำหรับธนาคารที่ให้ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยนาน 51 วันนั้น มีธนาคารเดียว คือไทยพาณิชย์ (SCB) ซึ่งแม้ว่าจะเป็นระยะเวลาที่นานกว่าอันดับ 5 แค่วันเดียว แต่ก็ต้องบอกว่ามีประโยชน์อยู่พอสมควรทีเดียว สำหรับผู้ใช้บริการบัตรเครดิต ที่ต้องการวันปลอดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ เลือกใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตดี

บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ การเดินทางไปต่างประเทศแต่ละครั้ง จะเลือกพกบัตรอะไรกันดีระหว่างบัตรเครดิต และบัตรเดบิต หรือบัตรแบบไหนจะดีกว่ากัน สำหรับบทความนี้ เรามีคำตอบให้ค่ะ

บัตรเครดิตใช้ต่างประเทศ บัตรประเภทนี้เป็นบัตรที่คุณสามารถใช้ซื้อสินค้าหรือบริการได้แทนเงินสด ซึ่งถือว่าเป็นบัตรที่เหมาะสำหรับการพกไปใช้ยังต่างประเทศอย่างมาก เพราะให้ทั้งความสะดวกสบายมากกว่าการใช้เงินสดโดยตรง นอกจากนั้นแล้วยังให้สิทธิพิเศษ และสิทธิประโยชน์สำหรับการใช้ในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของบัตรเครดิต นั่นก็คือเรื่องของความปลอดภัย โดยเฉพาะการเดินทางไปยังประเทศที่ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยทีดีพอ อาจจะทำให้เกิดปัญหาการโจรกรรมบัตรเครดิตไปใช้ได้

บัตรเดบิตใช้ต่างประเทศ เป็นบัตรอีเล็กทรอนิกส์ประเภทหนึ่ง ที่มีความคล้ายคลึงกับบัตร ATM อย่างมาก เพราะเป็นบัตรที่ผูกกับบัญชีธนาคาร และสามารถใช้กดเงินได้เหมือนกับบัตร ATM แต่บัตรเดบิต มักจะสามารถทำอะไรได้มากกว่าความสามารถในการกดเงิน นั่นคือการใช้รูดซื้อสินค้าและบริการได้เหมือนกับบัตรเครดิต

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของบัตรเดบิตนั้นจะอยู่ที่มีเครือข่ายการชำระเงินน้อยกว่าบัตรเครดิต (เพราะบางที่แม้จะเป็นบัตรยี่ห้อเดียวกันแต่ก็จะรับเฉพาะบัตรเครดิต) นอกจากนั้นการใช้บัตรเดบิต ยังได้รับสิทธิประโยชน์น้อยกว่าการใช้บัตรเครดิต

ดังนั้นจากข้อดีข้อเสียของบัตรสองประเภท แนะนำให้เลือกใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศดีกว่า สำหรับการใช้บริการต่างๆ ระหว่างการเดินทางของคุณ เพราะจะทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์มากที่สุด และถือว่าเป็นบัตรสารพัดประโยชน์อย่างหนึ่ง ส่วนบัตรเดบิตใช้ต่างประเทศนั้นควรพกไปด้วย ในฐานะแหล่งเงินสำรองฉุกเฉิน เมื่อเกิดปัญหาหรือต้องการใช้เงินสด จึงกดเงินออกมาจากบัตรเดบิต ซึ่งไม่ต้องเสียดอกเบี้ย (เสียแต่ค่าธรรมเนียม) เหมือนกับการกดผ่านบัตรเครดิตนั่นเอง

สมัครบัตรเครดิตออนไลน์

สมัครบัตรเครดิตออนไลน์ ใช้จ่ายสะดวก โปรโมชั่นมากมาย เช็ควงเงินง่าย สมัครเลย

สมัครออนไลน์